Part4.Kidnap??

posted on 10 Oct 2008 00:38 by tvxqdesertoflove  in desert-under-the-star-light

               

                "เรานั่งมาสองชั่วโมงแล้วนะชอง ยุนโฮ" มิวากล่าวเรียบๆ ดวงตาที่โดนย้ายเข้าไปซ่อนใต้กรอบแว่นบอกถึงความจริงจังในการทำอะไรบางอย่าง ขณะที่มีผู้ชายใส่เสื้อโอเวอร์โค้ทยาวและแว่นดำนั่งอยู่ข้างๆทำท่าทางมีพิรุธ "นี่! นี่....! ฟังฉันอยู่รึเปล่าฉันจริงจังนะ" มือเล็กเอื้อมไปเขย่าร่างสูง

                โน้ตใบหนึ่งไถแนบโต๊ะจรดไว้ด้วยข้อนิ้วยาวที่ดัดได้แทบจะถึงหลังมือ

                "อึหือ! ทำแบบนี้แล้วนายคิดว่าจะไม่มีใครมองนายเร๊อะ! เขียนมาได้ว่าเดี๋ยวคนจะเห็นว่าฉันเป็นนักร้องดัง หรือว่านายกลัวการนั่งอยู่ใกล้ฉันกันแน่หละยะ!!" เสียงตวาดเล็กๆดังขึ้นในมุมๆหนึ่งของร้านกาแฟ ซึ่งมุมๆหนึ่งที่ว่านั้น ดูอย่างไรก็ติดกระจกใสและเป็นทำเลที่น่ามองที่สุดในร้านแล้วก็ว่าได้

                "แปลกนะ ปกติเวลาใครตามถ่ายไม่เห็นนายจะต้องปกปิดขนาดนี้ เปิดเผยยังกะ ส.ส.ไปหาเสียง"

                "ปัญหามันจะตามมานะถ้าเขาถามว่าแล้วดงบังคนอื่นหละ ไม่มาด้วยกันเหรอ? เธอเป็นใคร? แล้วโอปป้ามาทำอะไรที่นี่คะ ขอถ่ายรูปหน่อย"

                "พิลึก!" ปากอึ่มกล่าวอย่างเบื่อหน่าย                 "นี่ฟังนะ! ภูตในตะเกียงบอกฉันว่านายต้องนำนักรบทั้งสี่กลับยังดินแดนทะเลทรายล่องหนแล้วนายถึงจะกลับไปที่นั่นได้ และนายต้องหาพวกเขาให้เจอก่อนพระจันทร์เต็มดวงในครั้งต่อไป"

                "พระจันทร์เต็มดวง" จองยุนโฮกล่าวเมื่อมองไปยังท้องฟ้ายามดึกสงัด

                "ไม่ใช่วันนี้หรอกน่าอย่างี่เง่าได้ไหม" มิวาลากที่นอนออกจากห้องมาพาดไว้ใกล้ๆโซฟา "กว่าจะพระจันทร์เต็มดวงครั้งหน้าก็อีกตั้งสามวัน"

                "สามวัน! จะให้หาคนสี่คนในเวลาสามวันเนี่ยนะ เธอคิดว่ามันง่ายเหรอ" เขาหันขวับไปมองคนที่ยืนเท้าคางอยู่ข้างๆในกรอบหน้าต่างบานเดียวกัน

                "ช่าย......"ตอบด้วยเสียงยานคาง "เขาบอกมาว่างั้นน่ะ" เธอถอดแว่นแล้วหันมายิ้มเจื้อนๆ "มันก็ไม่ง่ายหรอก แต่ยังไงนายก็ต้องทำ" ร่างเล็กผละจากขอบหน้าต่างไปปูที่นอนหน้าทีวี

                "จะนอนตรงนี้แน่เหรอ ฉันเป็นผู้ชายนะ ทำไมไม่ให้ฉันนอนข้างนอกหละ"

                "จองยุนโฮ จะนอนแล้วปิดไฟด้วย" ว่าแล้วเธอก็คลุมโปงหนีเข้าห้วงนิทรา

                "เห้อ..." แสงไฟหรี่ลง ยุนโฮปิดประตูห้องแล้วเหลียวมองร่างที่หลับปุ๋ยไปอีกครั้งอย่างกังวัลใจ

 

 

"ทำงานไป เร็วเข้า" สายแซ่ฟาดลงกลางหลังของทาสวัยชรา สายตาสองคู่จับจ้องอยู่บนสายแซ่อย่างเคียดแค้นแม้บนบ่าจะมีอิฐหนักราว 80 ก้อนบนหลัง แต่ยังได้ยินเสียงแส่ฟาดได้อย่างชัดเจน

"ท่านฮิน เดินต่อเถอะพะยะค่ะ" ทาสอีกคนกล่าวกับชายหนุ่มร่างสูง ผิวพรรณผิดแผกกับทาสทั่วไป เนื้อกายเป็นสีเหลืองน้ำตาลประกาย รูปหน้าคมคาย ดวงตาสีเขียวสาหร่าย ริมฝีปากบาง ใบหน้าคมผละหน้ากลับมาและเดินไปตามทาง

 

"เป็นไงหละ ฮิยะฮิยะหะฮ่ะ" เสียงหัวเราะดังลั่นโต๊ะอาหารโดยมีอีกสามร่างนั่งแทะข้าวโพดเชยคางอยู่ที่โต๊ะอย่างเบื่อหน่าย

"สถานการณ์มันน่ากลัวเราะตรงไหนอะ" ชางมินกล่าว แล้วโยนฝักข้าวโพดทิ้งไป มันลงบนหัวของแจจุงครั้งหนึ่งก่อนจะตกลงพื้น

"ไม่เห็นจะต้องเครียดตรงไหนเลย" เซียบอกแล้วไขว้ห้างชมวิวบนเนินกว้าง ที่ตั้งของกลุ่มที่เหลือรอดของอัลเรติยา "ไม่ได้เห็นฟ้าที่นี่นานแล้วจริงไหม พี่ยุนโฮ แอ๊ะ! พี่ยุนโฮหละ"

ความเงียบเริ่มเข้าครอบงำบุคคลที่เหลือ "เขาไม่ได้มาด้วยน่ะ"

"การมาครั้งนี้มันเป็นอุบัติเหตุฮะ"

"ฉันตั้งใจมาตามนายนั่นแหละ" ยูซอนบอกแล้วดูดฝักข้าวโพดอย่างเมามันส์

"ก็แน่หละ ก็ฉันสวย"

"กล้าพูดเนอะ" ชางมินกัด

"ฮะๆๆๆห้าๆ" ฮยองอีกสองคนปรบมืออย่างพอใจ เล่นเอาโลมาหน้าลูกชิ้นงอนม้วนไป

"กลับมาสู่สาระนะ พวกเรามาที่นี่อีกทำไมอะพี่จุนซู"

"เพราะฉันเป็นคาริสม่า ฮิยะๆหะฮ้า"

"เอ่อ........" ทั้งสามหันมองหน้ากันแล้วมองไปคนละทางอย่างไม่ได้นัดหมาย แล้วทยอยเดินเป็นแถวออกไประหว่างที่คาริสม่าจุนซูกอดอกหัวเราะอย่างภูมิใจ

ทั้งสามคนมานั่งแกว่งขาที่ริมน้ำของน้ำตกภายในสถานที่ๆจุนซูพาหนีมา ที่นี่มีคนน้อยถึงน้อยที่สุด เพราะทุกอย่างที่นี่หน้าตาไม่เหมือนคนเลย ชั่วโมงก่อนหน้านี้ มิกกี้เพิ่งได้เห็นผู้หญิงที่มีนอออกมาจากจมูก และลิ้นสองแฉกในคนเดียว เธอวิ่งหนีไปซ่อนทันทีที่เขาสังเกตเห็น เช่นเดียวกับแจจุงที่เจอผู้ชายตาสีแดงสดกับรูปร่างประหลาดผิดส่วนราวสัตว์ประหลาด

"ป่านนี้ยุนโฮจะเป็นยังไงนะ" หน้าหวานพูดขึ้น

"คงเป็นหมีสติแตกอยู่ตามหาตะเกียงอยู่ในโซลมั้งฮะ" แจจุงหันไปมองต้นเสียงที่ยังอุส่าห์ไปหาข้าวโพดมาแทะได้อยู่ แม้ในเวลาแบบนี้

"พูดไปแล้ว...ฉันคิดถึงที่นี่นะ" ปากกระจับขยับ พลางเอนตัวค้ำไว้ด้วยแขนทั้งสอง สิ่งสวยงามบางอย่างที่ฉันลืมไม่ได้"

"ไม่เอาน่ายูซอนเธอไม่ใช่สเป็คนายเลยนะ" ปากเล็กหันค้อน

"งั้นสเป็คมันขึ้นอยู่กับอะไรหละ ฉันเคยบอกเหรอว่าต้องลีเฮียวริเท่านั้นน่ะ"

"ต้องแบบพริ.."

"อย่าพูดนะ!!เดี๋ยวฉันจะลืมยาก"

"นายไม่ได้รักเธอซะหน่อย ยารอสตะหาก"

"แล้วยังไง" ทั้งสองพูดข้ามหัวชามินที่นั่งแทะข้าวโพดไปมา เหมือนไม่มีน้องเล็กนั่งอยู่ตรงนั้น

"ไปอาบน้ำดีกว่า" ชางมินพูดแล้วลุกเดินหนีไป แบบว่าไม่เข้าใจคนแก่

"ชางมินนี่เข้าใจยากเนอะ"

"อืม" มิกกี้พูด

"ใช่" แจจุงสบทบ

"แล้วนายมานั่งนี่ตั้งแต่เมื่อไหร่ห๊า" ทั้งคู่ตะคอกจุนซูที่โผล่มาอย่างไร้ซุ้มเสียง

                "อ่าวนายตื่นแล้วหนิ" มิวานอนเต๊ะท่าอยู่หน้าทีวี "ตื่นเร็วเหมือนกันนะ"

                "มันก็ปกติอยู่แล้วนะ" ยุนโฮบิดตัวเล็กน้อยก่อนชะโงกออกไปมองที่หน้าต่าง ใบหน้าหล่อเหลาไร้เครื่องสำอางแต่งแต้ม จมูกสันเป็นคมรับแสงแดดยามเช้าเต็มที่ ดวงตาแวววาวสอดแทรกไปด้วยความกังวลผ่านหัวคิ้วที่พันกันอยู่ใต้หน้าผากขาว นิ้วยาวเรียวเกาหัวแกร๊กๆอยู่เนืองๆ

                "...ไอ้นี่แม่งหล่อหวะ ไม่ได้มิวา แกอย่าเผลอไผลไปกับหนังหน้านักร้อง แกไม่ได้มาที่นี่เพื่อสิ่งนี้ แน่ะ หันมามองกูอีก อย่าๆ อย่ายิ้ม หน้ามาทำหน้าซึ้งแบบนั้น หันไปมองหน้าต่างทำพระเอกหนังแบบเมื่อกี้นั่นแหละดีๆ อย่างนั้น เห้อ...." เสียงในใจของมิวาสั่งให้ยุนโฮกลับไปอยู่ในภวังค์แห่งความกังวล

                "นี่คุณ จะอาบน้ำไหม ทางนั้นมีห้องน้ำนะ ไม่มีใครเข้า"

                "แหงหละ ถ้ามีคนเข้าอยู่ฉันจะต้องมาอยู่ที่นี่ทำไมกันเล่า" มิวาลุกขึ้นเช็ดแว่นด้วยเสื้อแล้วเดินหายเข้าไปในห้อง ก่อนที่จะโผล่หน้าออกมากถามหาผ้าเช็ดตัว

                "จอง ยุนโฮ...อะไรทำให้นายโชคร้ายได้ขนาดนี้นะ" ริมฝีปากหยักเจ่อขึ้นนิดๆเวลาที่เขากำลังคิด คิ้วเข้มขมวดโดยอัตโนมัติ คำใบ้จากมิวาคือ ‘อัลซีซ่า' มันคืออะไร?"

                เสียงดีดแป้นกรักๆดังขึ้นในห้องคอมของหนุ่มๆดงบังชินกิ แสงจ้าของรังสีฉายเข้าใบหน้าคม "นี่นายคิดว่าเสริจในอินเตอร์เน็ตแล้วมันจะเจอเหรอ" ยุนโฮหันหน้ามาแล้วพยักหน้าอย่างจริงจัง "คำใบ้มันก็คือคำใบ้หละน่า" มิวากอดอกพิงกรอบประตูแคบๆ "โชคชะตาจะพานายไปเจอเอง"

                "แต่ภายใน 3 วันเราะจะเจอคนสี่คนได้ยังไง รู้จักรึเปล่า...ก็ไม่!"ปากหยักยังคงหันตรงเข้าจอสี่เหลี่ยม ตาเล็กใต้กรอบแว่นสีดำบ่งบอกว่าเขาไม่ได้มีสายตาที่ปกตินัก

                "ออกไปข้างนอกเหอะ ฉันหิวแล้ว" มิวาโยกหัวเรียก

 

                "อาหารข้างถนนมันอร่อยอย่างนี้นี่เอง" ยุนโฮโซ้ยไม่เป็นยะเป็นยัง

                "แหงหละ พวกนายจะไปรู้อะไร มีแต่ของดีๆกินทุกวันเลยสิ" มิวาเชื่อว่านักร้องดังอย่างดงบังชินกิ คงจะได้กินแต่อาหารระดับราชา

                "ก็...." เขาอมอาหารไว้ที่กระพุ้งแก้มให้ไอร้อนออกจากปาก "...เขาจัดอะไรให้ก็กินน่ะ ไม่มีสิทธิ์เลือก" เขากลับไปอยู่กับอาหารก่อนจะถามว่า "แล้วเราจะเริ่มไปตามหาที่ไหนกันดี คุณกุญแจ"

                "นี่จอง ยุนโฮ บอกพันรอบแล้วว่าฉันชื่อมิวา ความจำเสื่อมรึเปล่า"

                "คร๊าบบบ คุณมิวา" หลังจากอิ่มหนำกับอาหารริมถนนแล้ว ทั้งสองก็ออกเดินไปตามถนนเรื่อยๆ ในเป้สะพายข้างของมิวาเต็มไปด้วยสิ่งของที่เตรียมไว้พร้อมทุกสถานการณ์

                "อ๊ะ !! หยุดก่อน!" แขนเรียววาดกั้นแผ่นอกผายไว้ ยุนโฮชะงักก่อนจะหดขาขวากลับ

                "มีอะไร? เหอ" เหมือนสายลมจะหยุดนิ่ง เสียงกระดิ่งดังขึ้นอีกครั้ง ภาพของสาวน้อยวันกระเตาะ สะพายเป้เดินเข้าร้านขายของเก่าที่อยู่ตรงข้ามของฝั่งถนนไป "นั่นมัน....."

                "ภูติบอกว่า เวลาที่หัวใจฉันเต้นแรงผิดปกติ แสดงว่าอยู่ใกล้พลังของนักรบทั้งสี่จะดึงกุญแจเข้าหาตัว"

                "ภูติที่ว่าน่ะ ใช่โมจาโมจารึเปล่า"

                "เปล่า เป็นเพศชายนะ" ทั้งสองมองหน้ากันซักพัก

                "งั้นเหรอ ฉันเหมือนเห็นเด็กผู้หญิงคนเมื่อกี้ที่ไหนมาก่อน"

                "หรือว่า...."

 

                โซล โมเมเปิดประตูร้านขายของเก่าเป็นครั้งที่สองเธอมองหาเจ้าของร้าน แต่พอไม่เจอใคร นิ้วเล็กจึงค่อยๆดึงสมุดเก่าๆออกมาอย่างระมัดระวัง "....เอามาคืนแล้วนะ......"

                "อะเหงอ ....นั่น เธอจะทำอะไรอะเหงอ......" เสียงจากชายชราดังขึ้นจากมุมห้องพร้อมไม้กวาดหยากไย่ "มีธุระอะไรกับร้านฉันรึเปล่า แม่หนู.... รึว่าเธอกำลัง.."

                "ไม่มีอะไรคะ! คือหนูมา...เดินดูอะไรเรื่อยเปื่อย" แผ่นหลังของสาวน้อยบดบังสมุดเอาไว้ใช้มือค่อยๆดุนมันให้ขึ้นไปบนโต๊ะฝุ่นเขรอะ "หนูว่าหนูจะไปแล้วหละคะ หนู!"

                "เจอตัวแล้ว!" เสียงมิวาดังลั่นร้าน

                "เปล่านะคะเปล่าหนูไม่ได้ขโมยอะไรเลย" มือสองข้างเป็นพลวัน ท่ามกลางมึนงงของชายแก่และยุนโฮ เสียงของสมุดเล่มหนาตกลงพื้น

                เมื่อจนมุม ตาสีน้ำตาลกรอกไปกรอกมาแล้วถอยห่างโต๊ะ "คือหนูเห็นมันในกระเป๋าน่ะคะ แต่หนูจำได้ว่าไม่ได้ซื้อไป หนูเลยเอามา...คืน!"  ชายแก่ยักคิ้วเหี่ยวขึ้น ปากบางย่นเม้มสนิท จังหวะนั้นเอง สมุดเล่มหนาได้เปล่งแสงออกมาและลอยขึ้นในอากาศ ชายแก่เจ้าของร้านนิ่งเงียบไป ขณะเดียวกับมิวาและยุนโฮถึงกับอ้าปากค้าง ตัวหนังสือสีทองเข้มนูนขึ้นบนกระดาษภายในเล่ม "..."

 

                "โมเม ชื่อเธอรึเปล่า" มิวากล่าวถามที่ได้เห็นตัวหนังสือ

                "เธออ่านออกด้วยเหรอ" ยุนโฮก้มหน้ามองมิวาใส่ชุดแสนเบสิก แต่สำหรับสาวห้าวคนนี้แล้ว มันผ่านการคัดสรรมาแล้วอย่างดี ด้วยกรรมวิธีของมิวา

                "ฉันก็เพิ่งอ่านออกเมื่อกี้แหละ มีอะไรจะถามอีกไหม" แว่นกรอบดำกระดกขึ้นเป็นเชิงเซ็งจัด

                "คะ หนูชื่อโมเม"

                "ลุงครับ ผมขอซื้อหนังสือเล่มนี้หน่อยนะครับ" ชายแก่ขยับแว่นแล้วบอกว่า

                " เอาไปเห๊อ...!!!" ยุนโฮเพิ่งจะรู้เดี๋ยวนี้เองว่าแว่นกลมอันใหญ่ๆที่คุณลุงใส่ ไม่ได้มีส่วนช่วยให้ได้มองชัดขึ้นเลยซักนิดเดียว เมื่อถามถึงสาเหตุว่าทำไมจึงใส่แว่นแบบนี้ "แฟชั่นนนน"

                "โห่........." ทั้งสามประสานเสียง กลายเป็นว่าเหตุการณ์สักครูมีคนรู้เพียงสามคนเท่านั้น ทั้งสองพยายามอธิบายให้เด็กคนนี้เข้าใจว่าเธอเป็นคนที่มีชะตาผูกกับดินแดนลึกลับแห่งหนึ่ง แต่ตลอดยี่สิบแปดนาทีที่ผ่านมาเธอจะไม่เชื่อมันเลยสักประโยคเดียว และกำลังเริ่มคิดว่านักร้องคนนี้เป็นบ้า

                "หนูไม่คิดว่า...."

                "เชื่อฉันเถอะฉันบอกเธอสามพันรอบแล้วนะว่าเธอใช่คนๆนั้น ดูทำหน้าเข้า จองยุนโฮนายช่วยบอกน้องหน่อยสิว่าเราไม่ได้บ้า"

                "ผมยังไม่แน่ใจตัวเองเลยว่าไม่ได้บ้า" หน้าเรียวบอกอย่างเบื่อหน่าย

                "งั้นหนูขอกลับบ้านก่อนนะคะป่านนี้แม่คงบ่นแล้ว" โซล โมเมหยิบกระเป๋าใสขึ้นมาสะพายพร้อมจะเดินจากไป

                "ไปไหนไม่ได้ทั้งนั้นแหละ จองยุนโฮจัดการ"

                "เอาจริงเหรอ" หน้าเล็กๆทั้งสองหันหน้าเข้าหากันยืนยันว่าจะทำสิ่งที่ไม่ควร

 

 

                "น่าเบื่อจังเลยยยยยยยย หง่า...............ว" ชางมินหาวหวอดใหญ่ในขณะเดียวกันมิกกี้ก็ยืนสุนทรีให้อาหารปลาอยู่ข้างๆ อีกหนึ่งที่เปล่งประกายอยู่ไม่ไกลจะเป็นใครไม่ได้ ยองอุงแจจุง ที่ผิดปกติเกินจะมารับไอแดดยามเช้าด้วยทีท่าสดใส กระปรี่กระเปร่า ราวกับการ์ตูนญี่ปุ่น "นี่ฮยอง...ไปหาอะไรเล่นกันดีกว่า"

                "เพล์สเตชั่น!" หน้าเหรอหร่าของปาร์ค ยูซอน เด้งขึ้นมาราวติดสปริง

                "มันมีที่ไหนเล่า"

                "ฉันมาแล้วววววววววว" เซียวิ่งเต็มกำลังในมือประคองถาดอาหารเช้าที่เต็มไปด้วยขนมปังร้อนๆมาเต็ม และ.....

 

โครม!!!!!!!

                "อดกิน!" แจจุงพูดยานๆ ทำเอาสีหน้าน้องเล็กหย่อนยานตามไปด้วย

                "เอาน่าชางมิน เดี๋ยวให้คนเอามาให้ใหม่นะ"

                "พี่จะวิ่งทำไมเนี่ย" น้องเล็กหงุดหงิด พาลเตะต้นไม้ที่อยู่ใกล้ๆ  "อั๊ก!"  เขารู้สึกแตะโดนอะไรที่ไม่ใช่หญ้า

                "นายน่าจะขอโทษเขาหน่อยนะ" เซียกำชับทันทีที่อยู่ดีๆก็มีคนโผล่ขึ้นมาจากพื้นดินตรงที่เขาจงใจเตะต้นหญ้า เขายังดูเป็นคนปกติดีจนกระทั่งชางมินเห็นดวงตาที่ไร้ตาดำของเขา

                "ขอโทษฮะ" ชางมินกล่าวเรียบๆ "อันนี้ให้ผมเหรอฮะ" ชางมินรับถาดขนมปังอุ่นๆมาถือไว้ ชายคนนั้นหายตัวลงไปในหญ้าอีกครั้ง

                "เขาอ่านสิ่งที่นายต้องการได้น่ะชางมิน" เซียบอก "เออ...ฉันว่าจะบอกทุกคนนานแล้วนะ ว่าเราจะต้องทำอะไรบ้างรึหว่างอยู่ที่นี่"

                เซียควักบางอย่างออกมาจากในเสื้อตัวกว้างแบบพ่อมด "จงนิทรา" สิ้นเสียงเซียทุกอย่างรอบตัวสี่หนุ่มมืดลง ทำให้ภาพที่พักสีเขียวกลายเป็นทะเลทรายยามค่ำคืนในพริบตา ความทรงจำมากมายพุ่งเข้าสู่โสตประสาทของทั้งสาม จุนซูค่อยๆกำมันแน่นขึ้น "ตื่นเถิดราซิน" แล้วทุกอย่างก็กลับมาเหมือนเดิม

                "สุดยอดเลย สมจริงยิ่งกว่าเพล์สเตชั่นอีก" เสียงปรบมือดังแปะๆดังจากคนที่นั่งอยู่บนขอบบ่อปลา

                "มันเป็นไปได้ยังไง...อัลเรติยาน่ะเหรอจะล่มสลาย ผมไม่อยากจะเชื่อเลย" ร่างสูงช็อคเล็กน้อยกับเหตุการณ์ที่ประดังเข้ามาอย่างรวดเร็ว จนบางทีมันอาจจะเร็วเกินไปสำหรับผู้ที่จากไปด้วยดีเช่นทั้งห้า แจจุงได้แต่เงียบไม่พูดอะไรเลย เขาเห็นใบหน้าสวยนั้นแหลกสลายไปต่อหน้า และเด็กคนนึงที่เขามั่นใจว่าเกี่ยวข้องกับเจ้าชายเจริคโดนทารุณด้วยบางสิ่งที่อธิบายไม่ได้ ไฟสงครามลุกลามเมืองเดียวในทะเลทรายล่องหน ทั้งเมืองวอดวายภายในคืนเดียว เสียงร้องไห้ระงม ดวงตาแดงก่ำของผู้รุกรานจ้องเพียงทำลายและครอบครองและกระหาย

                เวลาเดียวกันของศตวรรษที่ 20 จองยุนโฮและมิวา ลักพาตัวคนเป็นครั้งแรก

 

 จนกว่าจะพบกันใหม่

Part3.You are the key

posted on 07 Jul 2008 20:38 by tvxqdesertoflove  in desert-under-the-star-light

 

Part3.You are the key

 

"กลับมาแล้วเหรอโซล โมเม รีบอาบน้ำลงมากินข้าวหละ" แม่บ้านสวมผ้ากันเปื้อนผู้ให้กำเนิดสาวน้อยตากลมโตโซลโมเมตะโกนไล่หลังลูกสาวที่วิ่งกระโดดขึ้นบันใดทีละ

สองขั้นขึ้นห้องอย่างรวดเร็ว "อย่าทำห้องน้ำเลอะหละโมเม!!!"

"ค่า....." เสียงใสตะโกนลงมา

เป็นอีกครั้งที่สาวน้อยแก้มป่องรอดพ้นจากการจับผิดหวุดหวิดจากมารดา เพราะในกระเป๋าของเธอเต็มไปด้วยของราคาแพงที่เก็บตังมานานไปสอยมันมา

และของราคาแพงหนึ่งในนั้นก็นอนอุตุอยู่ในกระเป๋าเธอโดยมิได้รับเชิญ - หล่อนจัดการถอดเสื้อผ้าอาบน้ำและเดินออกมาที่โต๊ะเพื่อเก็บข้าวของเข้าที่ หรือจะเรียกให้ถูกคือหาที่ซ่อนที่เหมาะสมให้กับพวกมัน คอนแท็คเลนส์สีสวย เครื่องสำอางกล่องน่ารัก สร้อยคอแปลกประหลาดจากร้านขายของเก่าและ....

"เอ๋!! มาจากไหนหว่า...." มือบางสอดนิ้วบนหน้าปก หลังจากเททุกอย่างออกมาจากกระเป๋า สมุดบันทึกเล่มหนาวางอย่างเหมาะเจาะกลางโต๊ะ แสงจากโคมไฟส่องฉาบฉายให้เห็นตัวหนังสือบนหน้าปกได้ชัดเจน

"....อัลซีซ่า....ว๊าววว" สาวน้อยอุทานพร้อมเอื้อมมือไปหาอย่างระวังแกมตื่นเต้น

 

"โมเม!!!" เสียงบรรชาจากข้างล่าง ฉุดร่างเธอลงไปกินอาหารกับพ่อแม่

"ค่า!!!! ไปแล้วค่า"

สายลมอุ่นเบาพลิกหน้าสมุดให้เปิดอ้าพร้อมจังหวะปิดประตูของสาวน้อยผู้ต้องชะตา

 

ทะเลทราย....

 

"ไม่ต้องแย่งกันสาวๆ ค่อยๆถอดจ๊ะ ลงน้ำเหรอ อะหือบริการเยี่ยมจิงๆ" คุณชายไก่ไหลร่างดังสายน้ำพร้อมสาวสวยนานาที่รายล้อมเข้ามา เขารู้สึกเหมือนว่ากำลังได้เป็นไส้ปลาทูน่าในข้าวห่อสาหร่ายอย่างไงอย่างงั้น

"อารายจะมีความสุขขนาดน้านนน" ชิม ชางมิน ตัวขัดจังหวะประจำเทพเจ้ายืนล้อเลียนอยู่ข้างๆ

"อะไรกัน ทีครั้งที่แล้วตัวเองยังมีนางสนมเป็นร้อยๆเลย ฉันเป็นอะไร อัศวิน ต้องหาเศษหาเลยบ้างซี่เจ้าชายโอมินเร" น้องเล็กเงียบไปชั่วขณะเพราะมันก็จริงของเขา แต่พอขาดลีดเดอร์ ชางมินรู้สึกไร้ทิศทาง โดยเฉพาะที่มากับผู้ชายที่ไม่น่าจะรับผิดชอบชีวิตใครได้เลยอย่างปาร์ค ยูซอนและคิมแจจุง ดอกไม้งามแห่งเกาหลี

"แล้วพี่หละ"

"ใคร?"

"ยองอุง แจจุง แห่ง! วง! ดงบัง! ชินกิ!"

"หล่อที่สุดในจักรวาล" เจ้าตัวผู้ถูกกล่าวนามเดินมาในความมืด "อย่างนี้สิเต็มยศ"

"และชอบถ่ายรูปตัวเองเป็นเลิศ" ยูซอนต่อให้ ร่างสูงไหล่กว้างและผิวสีไข่ปลอกนั่งขัดสมาธิข้างๆสระน้ำที่มีผู้หญิงหลายคนถือฟองน้ำขัดถูร่างเปลือยเปล่า

"และชอบมาส์กรอบดวงตาเป็นชีวิตจิตใจ" เสียงหัวเราะจากคนข้างๆดังอย่างต่อเนื่อง

"เงียบไปเลยนายน่ะ" แจจุงผลักไผล่ไหล่หนาสีน้ำเปลือกไข่เนียนข้างๆ

"รังแกน้องเหรอ นี่แหน่ะ" น้องเล็กผลักกลับ

"อย่าเล่นแรงสิ ฉันอาบน้ำแล้วนะ" แจจุงว่าแล้วผลักคืน และระดมตีแขนน้องเล็ก

"อย่าสู้ชางมินเลยพี่ มานชักจะซาดิสม์เข้าทุกวันแล้ว" มิกกี้เตือน พร้อมอ้าปากรับองุ่นจากนิ้วเรียวข้างๆ "เหมือนฝันเลยนะ"

"ในฐานะที่เป็นน้องเล็ก ผมจะอธิบายความจริงให้ฟังคือ เราโดนจับมา! แล้วผมก็ได้ความซาดิสม์มาจากผู้ชายชอบใช้กำลังที่อยู่กับผมเกือบจะ 24 ชั่วโมงต่อวันอีก 4 คน"

"โทษฉันอีก! ฉันไม่ใช่พวกชอบใช้กำลังสักหน่อย ฉันออกจะบอบบางน่าทะนุถนอม ใครว่าโดนจับมาจับ! จับเหรอ ดูสิ....สาวๆ เต็มไปหมดเลย"

"ที่นี่เขาอาจจะปฏิบัติกับนักโทษเยี่ยงราชาก็ได้ - - เหมือนพวกชนเผ่าที่ขุนคนจนอ้วนแล้วเอามาปิ้งไฟสดๆ" หน้าสวยก้มลงดมกลิ่นบนผิวตนเอง เพราะตอนแต่งตัวสาวๆทากลิ่นหอมบางอย่างลงบนผิวเขา

"นายว่าชุดนี้มันดูแปลกไปจากตอนที่เราเคยมาไหม"

"พี่แจจุงจะบ่นทำไมเนี่ย เขาให้ใส่อะไรก็ใส่ไปเหอะ เอาแค่ยกชายขึ้นแล้ววิ่งหนีได้ก็พอแล้ว" น้องเล็กบอก

"ทำไมเราต้องหนีด้วย" ปากห้อยเคลิบเคลิ้มกับปลายนิ้วที่คอยนวดร่างเปลือยเปล่าในสระน้ำสีเขียวมรกต มีกลิ่นใบมินท์อ่อนๆ ให้รู้สึกผ่อนคลาย

"ไม่ต้องหนีก็ได้เพราะพวกเราจะทิ้งพี่ไว้ที่นี่" ชางมินเท้าคาง ดูมิกกี้โป๊ขึ้นจากสระ พร้อมสาวสวยอ้อมหน้าอ้อมหลังแต่งองค์ทรงเครื่องให้

"โอ๊ะ!! ฉันหล่อโคตรๆในชุดนี้" ไอ้ห้อยชมตัวเอง

เสียงซุบซิบนินทาตามมาติดๆ "ไม่ได้เข้ากับหัวเถิกๆเล๊ย" แจจุงว่า

"พี่คิดว่าพี่ยูซอนจะหลงผิดไปอีกนานไหม" ชางมินถาม

"คนหล่อนี่ใส่อะไรก็ดูดีจริงๆ"

"เอาเข้าไป!!!" คนนั่งดูทั้งสองแทบอ๊วก ทั้งที่น่าจะชินแล้วกับประโยคคำพูดสาธยายความหล่อเหลาปานจะขาดใจของปาร์ค ยูซอน ดังว่าโลกนี้ไม่มีใครสเน่ห์ร้ายเท่าเขาอีกแล้ว และโรคดังกล่าวพักหลังเหมือนจะถูกถ่ายทอดไปยังคิม จุนซูด้วย

 

"ช่วยเอาผู้ชายคนนี้ไปเก็บที!" ประโยคที่พี่ชายหน้าสวยและน้องเล็กคิดในใจเสียงดัง

 

"เชิญทางนี้ค่ะออลมับบา" หญิงสาวปิดหน้าวาดมือสู่ทางเดินหินอ่อน ราวสี่ชั่วโมงแล้วที่พวกเขาอยู่ในสถานที่ที่คล้ายโอเอซิส ทว่าพวกเขาได้เคลื่อนย้ายจากโอเอซิสที่โผล่มาในตอนแรกมาแล้ว ชางมินไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาลืมตามาอีกทีแล้วอยู่ในสภาพนั้นได้อย่างไร แต่แจจุงชินเสียแล้วกับการตื่นมาไร้เสื้อผ้าปกปิดร่างกาย มันช่วยให้เขาหน้าด้านขึ้นจมเทียบกับแต่ก่อนแล้วเขาทำอะไรไม่ได้เลยเพราะเขินหากจะต้องอยู่

ท่ามกลางวงล้อมของหญิงสาวแปลกหน้ามากมายขนาดนี้

คพไฟเพลิงทอดยาวกลางทางโล่ง ลมโกรกยะเยือกละเลียดพื้นหินอ่อนเย็นเฉียบ เท้าของแจจุงสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิที่ลบต่ำกว่า 2 องศา ทว่าไม่มีหิมะตก "หนาวจังเลย" กลีบปากเผยอกล่าวขึ้น กับมิกกี้และชางมิน

"อากาศแปรปรวนนะ แล้วผู้ชายแสนบอบบางน่าทะนุถนอมอย่างฉันจะทนได้ยังไงหละเนี่ย โอว...ที่รักขากอดฉันหน่อยสิคะ" อีกสองคนยิ้มแห้งๆ

"ใครก็ได้เอาปาร์ค ยูซอนไปเก็บที น้องมินรับไม่ได้อะ"

"เกินจะกู้"

"ตัวเองก็เป็นเหมือนกันแหละน่า"

"ไม่มีใครเป็นซักคน!!!" แจจุงกับชางมินประสานเสียง

 

"ดึกขนาดนี้ นี่เขาจะพาเราไปไหน" ตาเรียวเลื่อนตาขึ้นมองทางลาดยาวสู่สิ่งก่อสร้างทมึฬเบื้องหน้า ท้ายขบวนอารักษ์ขาคือชายผิวสีแปดนายคุมพวกเขาเดินทางสู่ที่หมาย

"ไม่รู้สิ! บางทีเราอาจจะกำลังจะถูกบูชายัญ" แจจุงเสนอความคิดเห็น

" ไม่น่าเชื่อทะเลทรายล่องหนจะเปลี่ยนไปมากขนาดนี้นะฮะ" อยู่ๆชางมินก็กล่าวขึ้นอย่างเคลือบแคลงใจ "เรากลับมาที่เดิมแน่เหรอ"

" แล้วนี่มันปีอะไรกันหละ " แจจุงถาม

" ผมเดาไม่ได้เลยฮะ ไม่มีอะไรที่ผมเคยเห็นสักอย่าง การแต่งกาย สถานที่ ไม่คุ้นสักนิด" ชางมินชักสีหน้าเล็กๆ พลางวาดตามองดาวดาษดื่นบนท้องฟ้าสีอันชัญ "แล้วก็ยัง...ไม่เจอ...ใครซักคน"

แจจุงและยูซอนแอบหัวเราะในใจเล็กๆ เมื่อนึกถึงสิ่งที่น้องเล็กพูด "นายคงไม่ได้หมายถึง พริ๊นเซส...จัสมินหรอกนะชิมชางมิน" แจจุงกล่าวแซว

"พี่ก็....!!!"

"ถึงแล้ว" มิกกี้บอก ทุกคนมองไปยังแท่นด้านหน้า ราชากำลังมองลงมาที่พวกเขา ใบหน้าถมึงทึงเหนือคมมีดที่วางเรียงรายอยู่ในถาดทองทำขาว เลื่อมสลับกับแสงน้ำที่โดนปล่อยเข้ามาขนาบแท่นสี่เหลี่ยมข้างวิหารศักดิ์สิทธิ์ เปลวไฟลุกโชติช่วงกั้นขวางพวกเขาไม่ให้เข้าใกล้กลุ่มคนแปลกหน้า

ทั้งสามถูกสั่งให้คุกเข่าลง เรียกเพรียกกระชากวิญญาณดังขึ้น "เริ่มการบูชายัญได้" ปากของยูซอนแห้งผาก ดวงตาของแจจุงเบิกกว้าง น้องเล็กรู้สึกได้ถึงอนาคตอันใกล้

 

กรุงโซล 14 นาฬิกา

 

ยุนโฮโยนเสื้อโค้ทพาดโซฟาไว้อย่างที่เคยทำ ทบทวนถึงเงาพี่น้องเล่นปาของกันอยู่ในห้องชายโสด ถึงบัดนี้พวกเขาหายไปในที่ๆพวกเขาเคยไปพบมา โดยปราศจาก จอง ยุนโฮ เขาเงยหน้าขึ้นริมฝีปากกรุ่นเสียงหายใจแผ่วอย่างคิดไม่ตก พลางควานมือในกระเป๋ากางกางผ้าลูกฟูกสีม่วง กระดาษใบน้อยจดชื่อและอีเมลล์ของใครคนนึงไว้อย่างบรรจง ‘fai (fainumjung@hotmail.com)' สาวน้อยเจ้าของโนบุที่แสนน่าสนใจ ยุนโฮเสยผมที่ปรกตาออกพลางเบะปาก ในใจคิดว่า หมาน่ะเหรอจะพูดได้้ มันพยายามบอกอะไรเขาตลอดเวลาที่ได้คุยกับฝ้ายเด็กสาวชาวไทยที่เกิดที่เกาหลี

"ฮัลโหล...ได้เรื่องไหมครับคุณพี่เทซองสุดหล่อ หล่อที่สุดในโลก หล่อยังกะปลาบู่ชนเขื่อน" ลีดเดอร์

หนุ่มเริ่มอาหารปากเสียใส่ผู้ที่ถูกขอร้องให้ช่วยเหลือ "ผมล้อเล่นน่า จริงเหรอครับ! ขอบคุณมากๆครับพี่ แล้วผมจะมาไปเลี้ยงโคล่าขมๆ" จองยุนโฮวางสายอย่างรวดเร็วและทันใดที่มือเขาสัมผัสโดนเบาะโซฟา ลิง 4 ตัวก็โผล่หน้าเข้ามาทำตาปริบๆ ราวกับลูกหมาหลงทางมาขออาศัย

"เข้าไปได้ไหม" ทึกถาม

"เข้ามาสิ!" ยุนโฮลุกขึ้นแล้วนึกขึ้นได้ว่าไม่ได้ล็อกประตูตอนเข้ามา

"พวกเรามีอะไรมาให้นายดู" คังอินร่างบึกวางถุงผ้าสีน้ำตาลหม่นลงบนโต๊ะกระจก "เราเอามาให้นาย ใช่ซักอันรึเปล่า" ตะเกียงทองเหลืองมากมายระเกะระกะกองทับกันอยู่

"นี่พวกนายเหมามาหมดโซลเลยเหรอไง" ยุนโฮถาม

"นี่ยังไม่รวมต่างจังหวัดไกลๆนะ" ด๊องบอกพลางซื่อ

"ไม่ใช่ทุกอันหรอกนะที่จะเป็นตะเกียงวิเศษที่จะพาไปได้น่ะ" หมียุนเอ็ดหน่อยๆด้วยความเครียด

"ฉันเข้าใจ ก็ไหงนายบอกว่าตอนที่เซียหายไปมันวางอยู่บนถนนหละ ฉะนั้น มันก็น่าจะอยู่ในโซลแหละจริงไหม" ฮีซอลพูดอย่างมีเหตุผล แต่....

"หรือไม่ก็อาจจะโดนรถทับไปแล้ว!" ทุกคนหันหน้ากลับไปหาด๊องเจ้าของเสียง "เอ่อ...หรือไม่ก็อาจจะมีคนเก็บได้ก็ได้มั้ง" เขาพูดแล้วทำหน้าไม่รู้เรื่องแล้วหันหนี หลังจากนั้นทุกคนกลับมามีสมาธิกับตะเกียงหลายอันที่กองอยู่

"เหมือนซักอันไหมยุนโฮ"

มือหนาเอื้อมไปลูบๆคลำๆตะเกียงหลายอัน ไม่มีอันไหนเปี่ยมไปด้วยพลังจากภายในเหมือนตะเกียงของซินแบด นั่นก็ไม่ใช่ นี่ก็ไม่ใช่ แน่นอน...ลีดเดอร์หนุ่มมีอาการผิดหวังเล็กน้อย

 

"โนบุจัง เจ็บมากไหม" สาวน้อยซุ่มซ่ามจัดแจงวางตระกร้าใบเล็กที่ใส่โนบุจังกลับบ้านวางยวบบนเตียงนุ่มสีชมพู "ฉันขอโทษนะที่ไม่ได้รีบกลับบ้านน่ะ ดูสิออกมาเจ็บตัวเลย" เสียงถอนหายใจแผ่ว รู้สึกเจ็บแทนเจ้าหมาน้อยกรอยใจ "ฉันก็ดีใจหรอกนะที่ได้เจอ ผู้ชายในดวงใจ แต่ฉันเจ็บปวดที่เพื่อนของฉันต้องมาเจ็บแบบนี้" เธอลูบหัวของมัน ภายในห้องกะทัดรัดของฝ้ายแปะไปด้วยโปสเตอร์ขนาดยักษ์รอบพื้นที่ผนังห้องไ ม่เหลือที่ว่างให้มองเห็นสีกำแพงสีชมพู ทุกรูปเป็นรูปของยูโนว ยุนโฮวงดงบังชินกิ ซูปเปอร์สตาร์ที่เธอหลงใหลมาแสนนาน

"ทำไมฉันเสียงแข็งอย่างนั้นนะ" พูดพลางลูบหัวเจ้าตัวเล็ก ปุกปุยทำตาใสแป๋วอย่างเข้าใจ

 

"บ้าชิบ ตามมาได้ไงวะ" ร่างเล็กบ่นขมุบขมิบ วิ่งมาถึงทางแยกแล้วเลี้ยวขวาสุดเท้า

"เฮ๊ยมันอยู่นั่น!!!" เสียงรองเท้านับสิบเร่งรัวตามคู่กรณี "ทางนี้!!"

"ชิบหายแระ ทางตัน!"

 

ร่างทีเคยแกร่ง สติเลือนรางแทบสิ้นลมหายใจ เสียงครางแผ่วเบาเข้าออกเพื่อมีชีวิตอยู่ พลางคิดไปว่า นี่ฉันใกล้จะตายแล้วเหรอ แขนช้ำเต็มไปด้วยรอยกดจากแรงกระทืบวาดไปรอบๆ เลือดที่กลบเปลือกตาโดยรวมทำให้มองไม่เห็นแม้แสงฉายของพระจันทร์ "เชี้ยะเอ๊ย!!!" เธอสบถด้วยอารมณ์แห่งความโชคร้าย มือจับไปเจออะไรเย็นๆบนกองขยะที่นอนหมดสภาพอยู่

นิ้วเล็กเรียวยึดหาที่หยั่งร่างกาย มือเจออะไรแข็งๆมากกว่าแฉะๆ เธอก็ออกแรงดันร่าง พลาดในครั้งแรก เพราะที่ดันในมือขวา มันลื่นกว่าที่คิด

 

พรึดด!!!

 

"อะไรวะเนี่ย!!" หล่อนใช้แรงทั้งหมดจับมันขว้างออกไปข้างหน้าเพราะผิวของมันแสนลื่น

 

แกร๊งงง!!!~

ควันไฟสีฟ้าพวยพุ่งออกมาไม่ขาด ละอองแผ่กระจายไปทั่วบริเวณราวกับจะกักกันทุกอย่างไว้ใต้อาณัติ มิวาปัดป้องแสงสว่างสีฟ้าที่พวยพุ่งใส่ใบหน้า "มันอะไรกัน!!" ร่างครูดถอยกับกองขยะแฉะขึ้นไปบนเนินสูงเท่าที่แรงมือที่กระดูกแตกหักหลายท่อนจะพาไปได้

"โมริฮัมซาลา........."ละอองสีฟ้าหมุนวนควบเป็นก้อนกลมและขยายออก ปรากกฎใบหน้าเรียวและหูยาวเฉียงหลัง เรือนผมสีเงินแผ่สยายแล้วบิดเกลียวหดตัวเป็นทรงตั้ง ดวงตาสีฟ้าใสจ้องเขม็งมายังสีหน้าไร้เลือด

หญิงสาวตกประหม่าเต็มที ในขณะที่ลายผ้าพันเกลียวมัดรอบปลายขาสิ่งที่ดูเหมือนอมนุษย์ข้างหน้า

 

ตาเรียวใต้แว่นกรอบดำกระพริบถี่ พยายามเพ่งมองสิ่งที่บังเกิดเบื้องหน้า แต่ดูเหมือนว่า มันจะเลือนรางลงทุกที....

 

สองวันต่อมา...บริษัทธิ์ SM (ซาดิสแอนด์มาโซ กร๊ากกกกกกกกกก)

(มิน : เจ้บ้าไปแล้ว -O-

เจ้ : เลือดวายมันเข้าเส้นโว๊ย

ยุน : เจ้อ่านฟิควายมากไปน่ะชางมิน (พลางชี้ไปที่คอมพิมเตอร์ที่เปิดฟิควายค้างไว้ 10หน้า)

เซีย : เจ้จะอ่านทำไมฮะ ดูของจริงกันเลยดีกว่า

เจ้ : หนูเซียจะสาธิตให้เจ้ดูเหรอจ๊ะ

เซีย : ผมไปเช็ดขี้วัวก่อนนะครับ

มิค : เจ้จ้างผมก็ได้นะ ผมออกจะร้อนแรง

เจ้ : ไม่ อย่างชั้นนิยมส่องนมตราหมีเท่านั้นโว๊ย แล้วนี่แจจุงไปไหน เจ้มีอะไรจะคุยด้วยหน่อย

ฮีซอล : กำลังโดนคอสตูมชายรุมข่มขืน (ชี้ไปทางเสียงโวยวายของแจจุง)

เจ้ : กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด ดาราแสดงนำชายฉ้านนนนนน!!! อย่าๆๆๆๆ

ทุกคน : กำลังซาบซึ้งว่าเป็นผู้กำกับที่แสนดี พร้อมปกป้องนักแสดงในกอง

เจ้ : อย่า.... อย่าเพิ่งเริ่ม รอเจ้ดูด้วย (ตื่นเต้นราวกับเชียร์ฟุตบอล)

ดงบัง : โถ......เจ้

ชางมิน : เอาไอ้พี่ขี้เก็กอยากดังหัวทองของป๋ม กลับมาเดี๋ยวนี้เจ้!!!!!!)

 

 

จอง(ชอง/เรียกตามภาคเก่า) ยุนโฮ เข้าบริษัทต้นสังกัดแต่เช้า เขานั่งลงบนโต๊ะทำงาน พลันเหลือบไปเห็นกองเอกสารกองโตบนโต๊ะของแจจุง ทั้งดอกไม้ กล่องของขวัญ สิ่งที่แจจุงชอบทั้งหลายโดนประเคนมาให้หนุ่มหน้าสวยจนเต็มโต๊ะ ภายในไม่กี่วัน สมาชิกคนอื่นก็เช่นกัน สารพัดอย่างตั้งเป็นกองพะเนิน หมีขาวอุ้มลังใส่ของมาแพ็คมันลงกล่อง จัดแจงเขียนป้ายหวัดๆแปะลงบนฝาลัง เช่น ‘ไอ้ปากห้อย'/ ‘เปรตน้อยของพี่!!!'/

‘กลับมาทำแกงกิมจิซะ' ‘โลมานอนแก้ผ้าโชว์ s-line' และเมื่อกำลังจะแปะกล่องสุดท้าย

"ยูโน ยุนโฮอ่า..."

"ครับ!" เสียงทุ้มขานรับพนักงานบริษัทคนหนึ่งที่ประกาศชื่อเขาในห้องที่เต็มไปด้วยผู้จัดการทั้งเก่าใหม่ที่มาทำงาน รวมทั้งพี่โฮจินที่ใช้นิ้วรั้งขอบแว่นขึ้นมองหน้าเขา "มีญาติมาหาคะ"

"ใครเหรอครับ!" รางสูงฉงน

"เขาบอกว่าเป็นความลับคะ อยากเซอร์ไพรซ์"

"อ้อ...ขอบคุณมากครับ" ว่าแล้วก็ก้มหัวขอบคุณตามประสาหมีมารยาทดี ศรีวงศ์ตระกูล เขาจัดการแปะกระดาษใบสุดท้ายลงบนกล่องปั๊บ แล้ววิ่งไปที่ห้องรับรองอย่างตื่นเต้น

และประโยคที่เขาแปะลงไปบนกล่องคือ ‘เจ้าชายฮาซัสผู้ช่ำชอง มีสาวเป็นกองๆ องค์ชายจองผู้ทรงเสน่ห์' ...เห็นได้ชัดว่าโรคบางสามารถออสโมซิทกันได้หากใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันนานๆแม้จะไม่มีพาหะเป็นตัวนำ

บั้นท้ายแฟ่บๆสายไปส่ายมาหลั่นล๊าสุดๆเมื่อได้ข่าวว่ามีคนมาเยี่ยมถึงบริษัทและยิ่งเป็นครอบครัวของเขาเขายิ่งดีใจหนักเข้าไปอีก

"ฉันอยู่นี่หยะจะไปไหน!" เสียงก้องขัดขายุนโฮให้เกือบลื่นล้มเมื่อเดินผ่านเธอไปอย่างรวดเร็ว ตาเฉี่ยวเหลียวมองร่างเล็กที่ยืนสวมชุดหรูหราอลังการณ์ราวกับจะไปงานพรอม ดวงหน้าผ่านการตกแต่งอย่างดี แต่ดันขัดกับบุคลิกภายนอกโดยสิ้นเชิง

"เอ่อ...คุณ คุณ..คื..." เสียงตะกุกตะกักสั่นเครือในลำคอ

"ฉันไม่ได้เป็นญาตินายหรอก จอง ยุนโฮ ฉันเป็นกุญแจของนาย"

"ห๊า...คุณเป็นกุญแจ" ร่างสูงทวนคำอย่างงุนงง "ขะ คะ คุณเป็น...คน!"

"ปัดโธ่เอ๊ย ตานี่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยรึไงนะ" หล่อนบ่นขมุบขมิบ "ลำพังฉันต้องแต่งตัวใส่ชุดบ้าๆกระโปรงงามขนาดนี้ก็รู้สึกอึกอัดจะตายอยู่แล้ว นายจะให้ฉันอกแตกตายก่อนรึไง"

"ผมไม่เข้าใจว่าคุณต้องการพูดอะไรครับ" ยุนโฮบอกอย่างสุภาพ

.......ยัยนี่ต้องบ้าแน่ๆ!....แล้วทำไมต้องแต่งตัวขนาดนี้ หรือว่ากลัวเขาไม่ให้เขาบริษัทนะ....

 

"อย่ามาแอ๊บด่าฉันในใจตอนนี้นะ ถ้าฉันไม่ต้องมาแอ๊บเป็นญาตินายเพราะต้องการจะเจอนายหละก็ จ้างล้านวอนฉันก็ไม่ใส่หรอก ฉันก็งงมาไม่น้อยกว่านายหรอกเมื่อคืนนี้ แต่ตอนนี้สำคัญกว่านั้นเรามีเรื่องต้องคุยกัน..."ลูกตากลมที่กำลังเคืองๆกับคอนแท็คเลนส์ที่ไม่ค่อยได้ใส่มองซ้ายขวา

อย่างสังเกต "เรื่อง...ของเจ้านั่นแหละฮาซัส!!"

 

-----------------------------------

 

"อย่าจับสิปล่อยฉัน ปล่อยฉัน!!!!!" ไก่ที่กำลังจะโดนเชือดแหกปากร้องกระต๊ากๆตีปีกผับๆเป็นเชิงขู่ แต่ยิ่งทำให้ง่ายต่อการเลือกแทงไปที่ใดที่หนึ่งมากขึ้น ก่อนหน้านี้ไม่นานชายที่นั่งอยู่บนบัลลังตวัดนิ้วไปมาเลือกเหยื่อรายแรก ทั้งสามมองหน้ากันหลึกหลักไปมา กรอกตามองคนข้างๆและมองแท่นหินอันมีเปลวไฟล้อมรอบ แน่นอนว่าไก่ย่างสิอร่อยที่สุด ดีกว่ายีราฟและช้างย่างไปเป็นไหนๆ "โอ๊หม๊ายก็อซ ช่วยด้วยเซ่ ยืนอยู่ทำไมเล่า" ยูซอนผู้บอบบาง น่าทะนุถนอมเป็นที่สุดออกคำสั่งให้น้องและพี่ช่วยเหลือทั้งๆที่อีกสองคนก็โดนล็อกไว้ด้วย อมุนษย์ทั้งสี่ ความสูงของชางมินเปรียบกับร่างฝ่ายตรงข้ามแล้วเป็นเพียงไม้ผลัดใบในป่าดงดิบสูงเพียงครึ่งของยอดสน

และไหล่กว้างกล้ามแขนอันสวยงามของแจจุงเหมือนดูเล็กเพียงหนึ่งในหกของร่างยักษ์ที่ตรึงเขาไว้กับที่ดูเหมือนเท้า

ติดไว้ด้วยปูนฉาบ

"จะช่วยพี่ยูซอนยังไงหละนั่น" ชางมินหันไปหาพี่ชายหน้าสวยที่ดูเหมือนจะสมองจะว่างเปล่าไร้แผนการ ซึ่งตอนนี้ในหัวของยองอุงแจจุง มีภาพเด็กเขากำลังนอนตักภรรยาในอนาคตท่ามกลางสวนดอกไม้ สายลม แสงแดด ลูกสาวลูกชายผู้น่ารักล้มทับแผ่นอกของเขา เรียกเขาว่าป๊ะป๋า หอมแก้มซ้ายขวา จับมือหมุนเป็นวงกลมอย่างมีความสุขกลางธรรมชาติของผาสวยริมทะเล แต่ฝันอันงดงามของแจจุงสะดุดลงเมื่อใบหน้าของภรรยาสุดสวยในมโนภาพของเขาคือ "ช่วยด้วยยยยยยยย!!!" หน้าของยูซอนบานอยู่เต็มตา

แจจุงสะบัดหน้าไล่ความคิดเห็นมิกกี้กำลังโดนขึงไว้ด้วยสายรัดหนังแน่นหนาปากกว้างกรีดร้องอย่างไม่คิดชีวิต

เมื่อโลหะทองเหลืองแววแหลมคมประดุจเขี้ยวมังกร ใกล้จะฝังลงบนหน้าท้องขาว ร่างเล็กที่เง้อของแหลมขึ้นสูงพร้อมจะฆ่า และแทงลงจนสุดแรง

ชางมินหลับเบิกตากว้าง ส่วนหน้าสวยหลับตาปี๋ไม่อยากเห็นสิ่งที่เกิดตรงหน้า ทั้งสองร่างหยุดดิ้นรนอย่างหมดแรง รอบข้างเงียบสนิท เปลือกตาเรียวโค้งค่อยๆกระพริบเปิดออก

ด้ามทองเหลืองกลายเป็นผงทองพัดปลิวปรายดังกับว่าโดนหั่นด้วยแรงลม เด็กชายผู้ทำหน้าที่เพชรฆาตกระเด็นออกไปไกลจากแท่นบูชายัญ

 

ผู้ประสงค์ดีต่อคุณชายไก่ประกาศศักดาอย่างภาคภูมิ

"ฮิยะฮิยะเอี๊ยะๆๆ" เสียงหัวเราะทำให้ควันสีม่วงที่พวงพุ่งขึ้นจนถึงเพดานพร้อมลำแสงโค้งตวัดรอบร่าง

เป็นลวดลายแห่งจอมเวทย์หมดความน่าเกรงขามในพริบตา

ท่ามกลางอึ้งและทึ้งของทุกคน "คาริสม่าจุนซูปรากฏตัวแล้ว!!!" เซียประกาศและยืนเท้าเอวอยู่บนแท่นบูชายัญผู้ชายปากห้อย

"ขอตินิดได้ไหมจุนทาโร่" มิกที่โดนตรึงอยู่กับแท่นถาม

"อะไร!"

"พี่ไม่น่าหัวเราะเลยให้ตายสิ" ชางมินตะโกนบอกทันทีที่ตั้งสติได้

"ออกจะเท่ห์" จุนซูพูดพร้อมบิดเอสไลน์อีกสามที (กลัวเขาไม่รู้ว่าก้นน่ารัก)

"น้องใครวะ โคตรแว๊น!" แจจุงบ่นขมุบขมิบ แขนทั้งคู่ยังคงโดนล็อกอยู่กับที่ด้วยแรงมหาศาลที่ผ่อนแรงลงด้วยแรงแว๊นของปลาโลมา ชางมินตวัดหน้ากลับมามองแจจุง

....แล้วพี่ไม่แว๊นตรงไหน....

 

"มันเป็นใคร จับมันไว้!"

คำสั่งส่งตรงจากผู้ที่ดูเหมือนจะกุมอำนาจสูงสุดในสถานที่นี้ ทหารต่างวิ่งกรูเข้ามา พร้อมสรรพอาวุธที่ดูแปลกตายิ่งสำหรับเหล่าหนุ่มๆ เซียปล่อยแซ่แสงสีม่วงเรืองแสงออกจากปลายนิ้วพุ่งเข้าฟาดกับร่างทั้งสี่ที่กักตัวอีกสองคนไว้

จนเลือดสีเขียวของพวกมันกระเด็นสาดไปทั่ว ทั้งสองสะบัดและออกวิ่งไปที่แท่นแต่ติดกองเพลิงที่พวยพุ่งจากด้านล่าง

"พี่!" ชางมินต้องการให้จุนซูพาพวกเขาขึ้นไป จุนซูช้อนมือขึ้นในอากาศ ร่างทั้งสองลอยจากพื้นและถลาลงกับแท่นบูชายัญอย่างแรงเมื่อโลมาคว่ำมือลงอย่างรวดเร็วเพื่อจับไม้เท้า

"อย่ามัวแต่ทับ ช่วยกันแกะๆๆ เกะเร็ว" มิคกี้ที่โดนทับแบนแต๊บอก อีกสองคนนั่งยองๆช่วยกันปลดพันธนาการบนร่างมิกกี้ เหล่าทหารเตรียมอาวุธครบมือพร้อมถลาเข้าปลิดชีพผู้มาเยือนเบื้องหน้า ควันสีม่วงปรากฏขึ้นอีกครั้งผสมกับรอยยิ้มมุมปากที่โดนยกขึ้นของคิมจุนซู

"จนกว่าพบกันใหม่..." กลุ่มละอองคลุมร่างทั้งสี่และม้วนตัวหายวับไปในไม่ถึงพริบตา หมอกสีจำนวนมากโดนปาเข้าสู่เป้าหมายที่หายไปอย่างรวดเร็วเกินคาด ทิ้งไว้เพียงปอยผมสีทองเล็กน้อยของปาร์ค ยูซอน

 

เบื้องหลังการถ่ายทำ

มิค: แวร๊กกกกกก!!! หยอยทองของเค้า TOT

เจ้ : อย่ามากระแดะนะยะ นั่นมันปอยผมปลอมชัดๆ (รู้นะว่าจะเนียนขึ้นค่าตัว หึหึ)

มิค : เบื่อจริงๆเลยเจ้รู้ทันอะ -_- ‘

เจ้: บอกแล้วว่าจะเล่นกับฉันเร็วไปสิบชาติย่ะห้อยยย

ยุน: ทักทายอย่างเป็นทางการนะครับขอต้อนรับเข้าสู่กองถ่ายทะเลทรายใต้แสงดาวภาค 2นะครับ ผมยูโนว

       ยุนโฮ พิธีกรรายการขอเชิญท่านเข้าสู่ความสนุกครั้งใหม่ในดินแดนกองถ่ายแสนหรรษาครับ!!

      (ถือใมค์กระโจนใส่กล้องแย่งซีนกันเห็นๆ)

เจ้ : เด๋วเหอะ! เดี๋ยวยูโน่ ยุนโฮจะโดนไม่ใช่น้อยบังอาจแย่งซีนฉัน นี่ไม่ใช่รายการสตาร์คิงนะยะ กลับไปซ้อมบท

       เลยไป๊!!!

ยุน : เจ้ใจร้ายอะ แง.....(วิ่งตูดบิดไปฟ้องแจ)

เซีย : เจร้.....ขอไอติมเพิ่มได้ไหมคร๊าบ o-o

เจ้ : ไม่ต้องมาทำหน้าอ้อร้อ ออดอ้อนฉันนะยะ คอน่ะคอจะไม่มีแล้ว

เซีย : หนูไม่ยอมอะ ทำไมทีเจ้อ้วนได้ หนูอ้วนมั่งไม่ได้อะ (รัวกำปั้นใส่ไหล่เหมือนนางเอกหนังเรื่องจำเลยรัก)

เจ้ : นักแสดงฉัน - - ‘'แต่ละคน เป็นตัวของตัวเองกันสุดๆ ไปเลย ตามยุนโฮไปเลย

เซีย : สะบัดหน้าร้องไห้ตามยุนโฮไปพร้อมถ้วยไอติมสตอเบอรี่แช่แข็ง

เจ้ : ดูเอสไลน์มัน น่าตีจริงๆ

มิค : เจ้หื่นอะ

เจ้ : เพิ่งรู้เหรอยะ ไปทำง๊านนน!!!!!!

มิน : เจ้ฮะ ผมรักเจ้นะฮะ

เจ้ : (เอียงหน้า 80 องศา ต้องการอะไรจากฉัน) จะมาอ้อนทำอะไร ไม ให้ไปซ้อมบท!!!!!!!!

โปรดติดตามตอนต่อไป

edit @ 7 Jul 2008 21:49:41 by ***The desert under star light EP.II*** ดินแดนแห่งมนต์ตรา ทะเลทรายแห่งรัก

Part2. Nobu

posted on 07 Jul 2008 20:21 by tvxqdesertoflove  in desert-under-the-star-light

Part2. Nobu

 

 

วึ่บ!!!!!!!!!!!!!

                            

           แสงสีม่วงสว่างวาบกลืนกินทะเลทรายยามราตรีอันเงียบสงบและเวิ้งว้างไร้ผู้คน แสงดาวระยิบริบหรี่พราวระยับทั่วท้องฟ้าดังจะต้อนรับการมาถึงของสิ่งมีชีวิตที่ข้ามมิติมาจากดินแดนอันแสนไกล ไอนวลสีม่วงวูบกระพริบสลับกันเป็นจังหวะการเต้นของหัวใจ เกราะที่มองไม่เห็นป้องลมพัดทรายมาปะทะให้เบนออกไปนอกเส้นทางที่แสงสว่างปรากฏ สายแสงสีม่วงพันเกลียวรัดแน่นจนเป็นทรงกลมเรืองแสงเข้มขึ้นอีกครั้งและระเบิดออกเป็นวงกว้างราวกับประกาศศักดาของผู้มาเยือน ร่างของชายหนุ่มเคว้งกลางอากาศราวกับลอยวนอยู่ในสระน้ำวน แสงเปล่งประกายหรี่ลงช้าๆ เปลือกตาล้าเปิดขึ้นเผยให้เห็นดวงตาสีอันชันเรืองรองท่ามกลางความมึดมิดของนคร อัลเรติยา

 

                "ซัมเมอร์ดรีม โววว โววว นะ น่ะ น่ะ" ไก่ ช้างและ ยีราฟกำลังเต้นลั่นล๊ากันอย่างมีความสุข

                "เอ๊อ! พวกเรากำลังทำอะไรกันอยู่" แจจุงค้างท่าเต้น ซัมมอร์ดรีมทันทีที่นึกได้ว่านี่ไ ม่ใช่เวลาจะมีความสุขขนาดนี้

                "น่าจะสิบสี่ชั่วโมงแล้วนะฮะที่เรามาที่นี่"

                "ชางมินนายรู้ได้ไง" แจถาม

                "ผมอธิบายไปพี่ก็ไม่เข้าใจหรอกฮะ"

 

ฟิววววววววว~~~~~~

                "นี่แกด่าฉันว่าโง่เร๊อะ!"

                "ผมยังไม่ได้พูดอะไรเลยนะฮะ" ทั้งสองวิ่งไล่กันไปมา เหลือตาไก่นั่งยิ้มแหยๆอยู่หน้าน้ำตกในโอเอซิส

               

โซล ปัจจุบัน

                "เห็นไหมครับ" ริมฝีปากหนาอวบอิ่มกล่าวถามหญิงสาวทรงเสน่ห์อกภูเขาไฟระเบิดที่อยู่ด้านหน้า เธอสวมเกาะอกสีแดงคลิบด้วยเส้นทองคำกลิ่นเทียนหอมรัญจวนใจ แววตาเย้ายวนเช่นนางพญาผึ้ง ผมดัดหยิกเป็นลอนหนาสดำ อากาศอบอ้าวในพื้นที่เล็กๆ จนชายหนุ่มอดหอบต่ำเพราะโหยหาอากาศหายใจ หัวใจเต้นตุบตับร่ำส่ำระสายไร้จังหวะ "ผมอยากเห็นทั้งหมด.........คุณ.." สายตาของชายหนุ่มเริ่มหรี่ลงเรื่อยๆ " อ๊ะ...!"

 

                "โอ๊ยยยย!" สาวเจ้าร้องอย่างอดรนทนไม่ไหว "ใจเย็นๆสิพ่อหนุ่ม เพราะนายนั่นแหละฉันเลยยังไม่เห็นอะไรสักอย่าง อยู่เฉยๆ อย่ารบกวนสมาธิ วิ่งที่นายขอให้ฉันทำน่ะ มันต้องใช้พลังชีวิตเชียวนะ เข้าใจไหม!!!!" สาวสวยทรงโตลุกขึ้นตบโต๊ะอย่างมีอารมณ์ ทำให้จอง ยุนโฮ ลีดเดอร์ใจร้อนผงะไปชั่วขณะ

               

                ลีดเดอร์หนุ่มถอนหายใจแล้วเดินออกมาจากกระโจมและนั่งทำใจข้างนอกด้วยสีหน้าผิดหวัง เขามายายิปซีสาวเพื่อให้ตามหาสมาชิกวงทั้งสี่ที่หายไปและร่องรอยของตะเกียงกาลเวลาที่จุนซูถืออยู่ก่อนจากไป มันจะต้องอยู่ที่ไหนซักแห่งบนโลกนี้ ว่าแต่...มันอยู่ไหนหละ???

                จองยุนโฮกดสวิชส์เพื่อจะสตาร์ทรถ เขาขึ้นไปนั่ง พลันสายตาก็มองไปยังเบาะที่นั่งข้างคนขับซึ่งวันก่อนยังมีเจ้าลูกชิ้นนั่งจ้อเรื่องฟุตบอลที่เขาแสนจะรำคาญให้ฟังตลอดทางกลับอพาร์ทเมนท์ มันเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขาอีก หรือว่าการจากมาครั้งที่แล้ว มันยังไม่ใช่จุดจบของอัลฟาคีนและอาหรับราตรี สายตาคมจับจ้องไปบนเส้นทางที่ทอดยาวด้านหน้า เหยียบคันเร่งเบาๆ

 

เอ๊งงง!!!

 

                เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดกระตุ่นต่อมตกใจของลีดเดอร์เขารีบถอยรถคันหรูและลงไปดู

                จองยุนโฮวัย 22 ปีโดดเข้าหาหมาตัวน้อยปุกปุยสีขาว มันพยายามเดินกระเผลกๆให้ห่างจากรถเขา และตัวเขาด้วย แต่ขายาวอันคล่องแคล่วของเขาพาไปหาเจ้าหมาน้อยได้ทัน เขาเอามันขึ้นรถและตรงไปหา

สัตวแพทย์ใกล้ๆ มองมันร้องหงิงเบาๆอย่างเจ็บปวดอยู่บนเบาะข้างๆเขา

                "รอก่อนนะๆ จะถึงแล้ว" เขาพูดกับตัวเอง หวังว่ามันจะเข้าใจ และกระวีกระวาดให้หมอรักษาราวกับเมียจะคลอดลูก

               

                ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงคุณหมอก็ออกมาจากห้องแล้วบอกเขา "ไม่เป็นไรแล้วครับ อาจจะต้องเข้าเผือกไว้ซักสามสับดาป์ ใช่สุนัขของคุณรึเปล่าครับ"

                "เออ...เปล่าครับ"

                "จากป้ายห้อยคอผมให้พยาบาลโทรบอกเจ้าของแล้วครับ เขาคงใกล้จะมาแล้ว คุณนั่งรอตรงนี้ซักพักนะครับ"         

                ยุนโฮลืมเรื่องทะเลทรายไปสนิท เขากำลังกังวลอะไรบางอย่างแต่บอกไม่ได้ว่ามันคืออะไรและหงุดหงิดกับสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด แต่ความงุนงงก็เข้ามาแทนที่เมื่อผู้หญิงคนนึงวิ่งเข้ามาในคลีนิกและสะดุดขาตัวเองล้มกระโปรงมินิเสกิตเปิดต่อหน้าเขาและนอนสงบนิ่งอยู่เช่นนั้น

                "คุณ... เป็นอะไรรึเปล่าครับ" ยุนโฮถามด้วยความหวังดี ร่างเล็กอับอายขายหน้าเกินกว่าจะลุกขึ้นมาดูคนถามได้ เธอพับหน้าไปด้านที่ไม่มียุนโฮยืนอยู่แล้วค่อยๆลุกขึ้น ในคลินิกไม่ค่อยมีคนดังนั้น หนามตำใจหนึ่งเดียวก็คือผู้ชายที่เข้ามาถามอาการ โก๊ะ!ที่เพิ่งเกิดขึ้น หล่อนวิ่งไปที่เคาเตอร์

                "โนบูจังๆ เป็นยังไงบ้างคะ อยู่ห้องไหนคะ" เธอรีบถามพยาบาล

                "ตอนนี้คุณหมอฉีดยานอนหลับให้แล้วค่ะ คุณคุยกับคุณคนนั้นได้เลยนะคะ เขาเป็นคนเหยียบสุนัขคุณนะคะ อีก 2 ชั่วโมงก็พาน้องหมากลับบ้านได้แล้วนะคะ"

               

                เธอหันหน้ากลับมาปะทะสายตากับเขา ดวงตากลมกรอกอยู่ในดวงตาเรียวจ้องมาที่เขาอย่างกินเลือดกินเนื้อราวจะควักหัวใจเขาออกมากิน

                "นี่!นาย!" สาวหน้าม้าตรงผมดำยาวเดินมาเท้าสะเอวอยู่หน้าเขา ทำให้ยุนโฮต้องรีบรับผิดชอบตามระเบียบของสุภาพบุรษ "ขับรถชนโนบุของฉันเหรอ"

                "ใช่ครับแต่ว่า ผมไม่ได้" ยุนโฮคิดว่าเปล่าประโยชน์ที่จะแก้ตัว

                "คอยดูนะถ้าโนบุเป็นอะไรไปฝ้ายจะบีบคอคุณ" ..... ลีดเดอร์ก้มหน้ารับกรรม "คุณชื่ออะไร"

                "ยุนโฮครับ จองยุนโฮ"

                "เอ๋ คุณเป็นดารานี่"

                "ผมเป็นนักร้องครับ"

                "เออนั่นแหละ ฉันเกลียดนายมากเลย จ่ายค่ารักษาให้โนบุด้วยแล้วก็อีกอย่าง" เธอทำท่าจริงจัง

"ลืมเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อกี้ซะ"

                "ที่คุณหกล้มกระโปรง.." ฝ้ายเอามือปิดปากยุนโฮทันทีที่มีคนเดินผ่านมา

                "พอแล้ว!ไม่ต้องพูดแล้ว" สองชั่วโมงผ่านมา เธอก็อุ้มโนบุจังแสนน่ารักกลับบ้าน ออกจากคลินิก มันตื่นแล้ว และมองเขาด้วยตาใสแจ๋วผ่านหลังเด็กสาวที่กำลังอุ้มมัน เหมือนกำลังถามว่า เป็นอะไรไป จอง ยุนโฮเศร้าเหรอ คุยกับฉันสิ

                "เดี๋ยวก่อน!" ยุนโฮทักเธอก่อนจะเปิดประตู

                "ผมขอเวลาคุณเดี๋ยวได้ไหม"

 

                ไม่รู้อะไรดลใจ...........