Part4.Kidnap??
posted on 10 Oct 2008 00:38 by tvxqdesertoflove in desert-under-the-star-light
"เรานั่งมาสองชั่วโมงแล้วนะชอง ยุนโฮ" มิวากล่าวเรียบๆ ดวงตาที่โดนย้ายเข้าไปซ่อนใต้กรอบแว่นบอกถึงความจริงจังในการทำอะไรบางอย่าง ขณะที่มีผู้ชายใส่เสื้อโอเวอร์โค้ทยาวและแว่นดำนั่งอยู่ข้างๆทำท่าทางมีพิรุธ "นี่! นี่....! ฟังฉันอยู่รึเปล่าฉันจริงจังนะ" มือเล็กเอื้อมไปเขย่าร่างสูง
โน้ตใบหนึ่งไถแนบโต๊ะจรดไว้ด้วยข้อนิ้วยาวที่ดัดได้แทบจะถึงหลังมือ
"อึหือ! ทำแบบนี้แล้วนายคิดว่าจะไม่มีใครมองนายเร๊อะ! เขียนมาได้ว่าเดี๋ยวคนจะเห็นว่าฉันเป็นนักร้องดัง หรือว่านายกลัวการนั่งอยู่ใกล้ฉันกันแน่หละยะ!!" เสียงตวาดเล็กๆดังขึ้นในมุมๆหนึ่งของร้านกาแฟ ซึ่งมุมๆหนึ่งที่ว่านั้น ดูอย่างไรก็ติดกระจกใสและเป็นทำเลที่น่ามองที่สุดในร้านแล้วก็ว่าได้
"แปลกนะ ปกติเวลาใครตามถ่ายไม่เห็นนายจะต้องปกปิดขนาดนี้ เปิดเผยยังกะ ส.ส.ไปหาเสียง"
"ปัญหามันจะตามมานะถ้าเขาถามว่าแล้วดงบังคนอื่นหละ ไม่มาด้วยกันเหรอ? เธอเป็นใคร? แล้วโอปป้ามาทำอะไรที่นี่คะ ขอถ่ายรูปหน่อย"
"พิลึก!" ปากอึ่มกล่าวอย่างเบื่อหน่าย "นี่ฟังนะ! ภูตในตะเกียงบอกฉันว่านายต้องนำนักรบทั้งสี่กลับยังดินแดนทะเลทรายล่องหนแล้วนายถึงจะกลับไปที่นั่นได้ และนายต้องหาพวกเขาให้เจอก่อนพระจันทร์เต็มดวงในครั้งต่อไป"
"พระจันทร์เต็มดวง" จองยุนโฮกล่าวเมื่อมองไปยังท้องฟ้ายามดึกสงัด
"ไม่ใช่วันนี้หรอกน่าอย่างี่เง่าได้ไหม" มิวาลากที่นอนออกจากห้องมาพาดไว้ใกล้ๆโซฟา "กว่าจะพระจันทร์เต็มดวงครั้งหน้าก็อีกตั้งสามวัน"
"สามวัน! จะให้หาคนสี่คนในเวลาสามวันเนี่ยนะ เธอคิดว่ามันง่ายเหรอ" เขาหันขวับไปมองคนที่ยืนเท้าคางอยู่ข้างๆในกรอบหน้าต่างบานเดียวกัน
"ช่าย......"ตอบด้วยเสียงยานคาง "เขาบอกมาว่างั้นน่ะ" เธอถอดแว่นแล้วหันมายิ้มเจื้อนๆ "มันก็ไม่ง่ายหรอก แต่ยังไงนายก็ต้องทำ" ร่างเล็กผละจากขอบหน้าต่างไปปูที่นอนหน้าทีวี
"จะนอนตรงนี้แน่เหรอ ฉันเป็นผู้ชายนะ ทำไมไม่ให้ฉันนอนข้างนอกหละ"
"จองยุนโฮ จะนอนแล้วปิดไฟด้วย" ว่าแล้วเธอก็คลุมโปงหนีเข้าห้วงนิทรา
"เห้อ..." แสงไฟหรี่ลง ยุนโฮปิดประตูห้องแล้วเหลียวมองร่างที่หลับปุ๋ยไปอีกครั้งอย่างกังวัลใจ
"ทำงานไป เร็วเข้า" สายแซ่ฟาดลงกลางหลังของทาสวัยชรา สายตาสองคู่จับจ้องอยู่บนสายแซ่อย่างเคียดแค้นแม้บนบ่าจะมีอิฐหนักราว 80 ก้อนบนหลัง แต่ยังได้ยินเสียงแส่ฟาดได้อย่างชัดเจน
"ท่านฮิน เดินต่อเถอะพะยะค่ะ" ทาสอีกคนกล่าวกับชายหนุ่มร่างสูง ผิวพรรณผิดแผกกับทาสทั่วไป เนื้อกายเป็นสีเหลืองน้ำตาลประกาย รูปหน้าคมคาย ดวงตาสีเขียวสาหร่าย ริมฝีปากบาง ใบหน้าคมผละหน้ากลับมาและเดินไปตามทาง
"เป็นไงหละ ฮิยะฮิยะหะฮ่ะ" เสียงหัวเราะดังลั่นโต๊ะอาหารโดยมีอีกสามร่างนั่งแทะข้าวโพดเชยคางอยู่ที่โต๊ะอย่างเบื่อหน่าย
"สถานการณ์มันน่ากลัวเราะตรงไหนอะ" ชางมินกล่าว แล้วโยนฝักข้าวโพดทิ้งไป มันลงบนหัวของแจจุงครั้งหนึ่งก่อนจะตกลงพื้น
"ไม่เห็นจะต้องเครียดตรงไหนเลย" เซียบอกแล้วไขว้ห้างชมวิวบนเนินกว้าง ที่ตั้งของกลุ่มที่เหลือรอดของอัลเรติยา "ไม่ได้เห็นฟ้าที่นี่นานแล้วจริงไหม พี่ยุนโฮ แอ๊ะ! พี่ยุนโฮหละ"
ความเงียบเริ่มเข้าครอบงำบุคคลที่เหลือ "เขาไม่ได้มาด้วยน่ะ"
"การมาครั้งนี้มันเป็นอุบัติเหตุฮะ"
"ฉันตั้งใจมาตามนายนั่นแหละ" ยูซอนบอกแล้วดูดฝักข้าวโพดอย่างเมามันส์
"ก็แน่หละ ก็ฉันสวย"
"กล้าพูดเนอะ" ชางมินกัด
"ฮะๆๆๆห้าๆ" ฮยองอีกสองคนปรบมืออย่างพอใจ เล่นเอาโลมาหน้าลูกชิ้นงอนม้วนไป
"กลับมาสู่สาระนะ พวกเรามาที่นี่อีกทำไมอะพี่จุนซู"
"เพราะฉันเป็นคาริสม่า ฮิยะๆหะฮ้า"
"เอ่อ........" ทั้งสามหันมองหน้ากันแล้วมองไปคนละทางอย่างไม่ได้นัดหมาย แล้วทยอยเดินเป็นแถวออกไประหว่างที่คาริสม่าจุนซูกอดอกหัวเราะอย่างภูมิใจ
ทั้งสามคนมานั่งแกว่งขาที่ริมน้ำของน้ำตกภายในสถานที่ๆจุนซูพาหนีมา ที่นี่มีคนน้อยถึงน้อยที่สุด เพราะทุกอย่างที่นี่หน้าตาไม่เหมือนคนเลย ชั่วโมงก่อนหน้านี้ มิกกี้เพิ่งได้เห็นผู้หญิงที่มีนอออกมาจากจมูก และลิ้นสองแฉกในคนเดียว เธอวิ่งหนีไปซ่อนทันทีที่เขาสังเกตเห็น เช่นเดียวกับแจจุงที่เจอผู้ชายตาสีแดงสดกับรูปร่างประหลาดผิดส่วนราวสัตว์ประหลาด
"ป่านนี้ยุนโฮจะเป็นยังไงนะ" หน้าหวานพูดขึ้น
"คงเป็นหมีสติแตกอยู่ตามหาตะเกียงอยู่ในโซลมั้งฮะ" แจจุงหันไปมองต้นเสียงที่ยังอุส่าห์ไปหาข้าวโพดมาแทะได้อยู่ แม้ในเวลาแบบนี้
"พูดไปแล้ว...ฉันคิดถึงที่นี่นะ" ปากกระจับขยับ พลางเอนตัวค้ำไว้ด้วยแขนทั้งสอง สิ่งสวยงามบางอย่างที่ฉันลืมไม่ได้"
"ไม่เอาน่ายูซอนเธอไม่ใช่สเป็คนายเลยนะ" ปากเล็กหันค้อน
"งั้นสเป็คมันขึ้นอยู่กับอะไรหละ ฉันเคยบอกเหรอว่าต้องลีเฮียวริเท่านั้นน่ะ"
"ต้องแบบพริ.."
"อย่าพูดนะ!!เดี๋ยวฉันจะลืมยาก"
"นายไม่ได้รักเธอซะหน่อย ยารอสตะหาก"
"แล้วยังไง" ทั้งสองพูดข้ามหัวชามินที่นั่งแทะข้าวโพดไปมา เหมือนไม่มีน้องเล็กนั่งอยู่ตรงนั้น
"ไปอาบน้ำดีกว่า" ชางมินพูดแล้วลุกเดินหนีไป แบบว่าไม่เข้าใจคนแก่
"ชางมินนี่เข้าใจยากเนอะ"
"อืม" มิกกี้พูด
"ใช่" แจจุงสบทบ
"แล้วนายมานั่งนี่ตั้งแต่เมื่อไหร่ห๊า" ทั้งคู่ตะคอกจุนซูที่โผล่มาอย่างไร้ซุ้มเสียง
"อ่าวนายตื่นแล้วหนิ" มิวานอนเต๊ะท่าอยู่หน้าทีวี "ตื่นเร็วเหมือนกันนะ"
"มันก็ปกติอยู่แล้วนะ" ยุนโฮบิดตัวเล็กน้อยก่อนชะโงกออกไปมองที่หน้าต่าง ใบหน้าหล่อเหลาไร้เครื่องสำอางแต่งแต้ม จมูกสันเป็นคมรับแสงแดดยามเช้าเต็มที่ ดวงตาแวววาวสอดแทรกไปด้วยความกังวลผ่านหัวคิ้วที่พันกันอยู่ใต้หน้าผากขาว นิ้วยาวเรียวเกาหัวแกร๊กๆอยู่เนืองๆ
"...ไอ้นี่แม่งหล่อหวะ ไม่ได้มิวา แกอย่าเผลอไผลไปกับหนังหน้านักร้อง แกไม่ได้มาที่นี่เพื่อสิ่งนี้ แน่ะ หันมามองกูอีก อย่าๆ อย่ายิ้ม หน้ามาทำหน้าซึ้งแบบนั้น หันไปมองหน้าต่างทำพระเอกหนังแบบเมื่อกี้นั่นแหละดีๆ อย่างนั้น เห้อ...." เสียงในใจของมิวาสั่งให้ยุนโฮกลับไปอยู่ในภวังค์แห่งความกังวล
"นี่คุณ จะอาบน้ำไหม ทางนั้นมีห้องน้ำนะ ไม่มีใครเข้า"
"แหงหละ ถ้ามีคนเข้าอยู่ฉันจะต้องมาอยู่ที่นี่ทำไมกันเล่า" มิวาลุกขึ้นเช็ดแว่นด้วยเสื้อแล้วเดินหายเข้าไปในห้อง ก่อนที่จะโผล่หน้าออกมากถามหาผ้าเช็ดตัว
"จอง ยุนโฮ...อะไรทำให้นายโชคร้ายได้ขนาดนี้นะ" ริมฝีปากหยักเจ่อขึ้นนิดๆเวลาที่เขากำลังคิด คิ้วเข้มขมวดโดยอัตโนมัติ คำใบ้จากมิวาคือ ‘อัลซีซ่า' มันคืออะไร?"
เสียงดีดแป้นกรักๆดังขึ้นในห้องคอมของหนุ่มๆดงบังชินกิ แสงจ้าของรังสีฉายเข้าใบหน้าคม "นี่นายคิดว่าเสริจในอินเตอร์เน็ตแล้วมันจะเจอเหรอ" ยุนโฮหันหน้ามาแล้วพยักหน้าอย่างจริงจัง "คำใบ้มันก็คือคำใบ้หละน่า" มิวากอดอกพิงกรอบประตูแคบๆ "โชคชะตาจะพานายไปเจอเอง"
"แต่ภายใน 3 วันเราะจะเจอคนสี่คนได้ยังไง รู้จักรึเปล่า...ก็ไม่!"ปากหยักยังคงหันตรงเข้าจอสี่เหลี่ยม ตาเล็กใต้กรอบแว่นสีดำบ่งบอกว่าเขาไม่ได้มีสายตาที่ปกตินัก
"ออกไปข้างนอกเหอะ ฉันหิวแล้ว" มิวาโยกหัวเรียก
"อาหารข้างถนนมันอร่อยอย่างนี้นี่เอง" ยุนโฮโซ้ยไม่เป็นยะเป็นยัง
"แหงหละ พวกนายจะไปรู้อะไร มีแต่ของดีๆกินทุกวันเลยสิ" มิวาเชื่อว่านักร้องดังอย่างดงบังชินกิ คงจะได้กินแต่อาหารระดับราชา
"ก็...." เขาอมอาหารไว้ที่กระพุ้งแก้มให้ไอร้อนออกจากปาก "...เขาจัดอะไรให้ก็กินน่ะ ไม่มีสิทธิ์เลือก" เขากลับไปอยู่กับอาหารก่อนจะถามว่า "แล้วเราจะเริ่มไปตามหาที่ไหนกันดี คุณกุญแจ"
"นี่จอง ยุนโฮ บอกพันรอบแล้วว่าฉันชื่อมิวา ความจำเสื่อมรึเปล่า"
"คร๊าบบบ คุณมิวา" หลังจากอิ่มหนำกับอาหารริมถนนแล้ว ทั้งสองก็ออกเดินไปตามถนนเรื่อยๆ ในเป้สะพายข้างของมิวาเต็มไปด้วยสิ่งของที่เตรียมไว้พร้อมทุกสถานการณ์
"อ๊ะ !! หยุดก่อน!" แขนเรียววาดกั้นแผ่นอกผายไว้ ยุนโฮชะงักก่อนจะหดขาขวากลับ
"มีอะไร? เหอ" เหมือนสายลมจะหยุดนิ่ง เสียงกระดิ่งดังขึ้นอีกครั้ง ภาพของสาวน้อยวันกระเตาะ สะพายเป้เดินเข้าร้านขายของเก่าที่อยู่ตรงข้ามของฝั่งถนนไป "นั่นมัน....."
"ภูติบอกว่า เวลาที่หัวใจฉันเต้นแรงผิดปกติ แสดงว่าอยู่ใกล้พลังของนักรบทั้งสี่จะดึงกุญแจเข้าหาตัว"
"ภูติที่ว่าน่ะ ใช่โมจาโมจารึเปล่า"
"เปล่า เป็นเพศชายนะ" ทั้งสองมองหน้ากันซักพัก
"งั้นเหรอ ฉันเหมือนเห็นเด็กผู้หญิงคนเมื่อกี้ที่ไหนมาก่อน"
"หรือว่า...."
โซล โมเมเปิดประตูร้านขายของเก่าเป็นครั้งที่สองเธอมองหาเจ้าของร้าน แต่พอไม่เจอใคร นิ้วเล็กจึงค่อยๆดึงสมุดเก่าๆออกมาอย่างระมัดระวัง "....เอามาคืนแล้วนะ......"
"อะเหงอ ....นั่น เธอจะทำอะไรอะเหงอ......" เสียงจากชายชราดังขึ้นจากมุมห้องพร้อมไม้กวาดหยากไย่ "มีธุระอะไรกับร้านฉันรึเปล่า แม่หนู.... รึว่าเธอกำลัง.."
"ไม่มีอะไรคะ! คือหนูมา...เดินดูอะไรเรื่อยเปื่อย" แผ่นหลังของสาวน้อยบดบังสมุดเอาไว้ใช้มือค่อยๆดุนมันให้ขึ้นไปบนโต๊ะฝุ่นเขรอะ "หนูว่าหนูจะไปแล้วหละคะ หนู!"
"เจอตัวแล้ว!" เสียงมิวาดังลั่นร้าน
"เปล่านะคะเปล่าหนูไม่ได้ขโมยอะไรเลย" มือสองข้างเป็นพลวัน ท่ามกลางมึนงงของชายแก่และยุนโฮ เสียงของสมุดเล่มหนาตกลงพื้น
เมื่อจนมุม ตาสีน้ำตาลกรอกไปกรอกมาแล้วถอยห่างโต๊ะ "คือหนูเห็นมันในกระเป๋าน่ะคะ
แต่หนูจำได้ว่าไม่ได้ซื้อไป หนูเลยเอามา...คืน!" ชายแก่ยักคิ้วเหี่ยวขึ้น ปากบางย่นเม้มสนิท
จังหวะนั้นเอง สมุดเล่มหนาได้เปล่งแสงออกมาและลอยขึ้นในอากาศ
ชายแก่เจ้าของร้านนิ่งเงียบไป ขณะเดียวกับมิวาและยุนโฮถึงกับอ้าปากค้าง
ตัวหนังสือสีทองเข้มนูนขึ้นบนกระดาษภายในเล่ม "...
"
"โมเม ชื่อเธอรึเปล่า" มิวากล่าวถามที่ได้เห็นตัวหนังสือ
"เธออ่านออกด้วยเหรอ" ยุนโฮก้มหน้ามองมิวาใส่ชุดแสนเบสิก แต่สำหรับสาวห้าวคนนี้แล้ว มันผ่านการคัดสรรมาแล้วอย่างดี ด้วยกรรมวิธีของมิวา
"ฉันก็เพิ่งอ่านออกเมื่อกี้แหละ มีอะไรจะถามอีกไหม" แว่นกรอบดำกระดกขึ้นเป็นเชิงเซ็งจัด
"คะ หนูชื่อโมเม"
"ลุงครับ ผมขอซื้อหนังสือเล่มนี้หน่อยนะครับ" ชายแก่ขยับแว่นแล้วบอกว่า
" เอาไปเห๊อ...!!!" ยุนโฮเพิ่งจะรู้เดี๋ยวนี้เองว่าแว่นกลมอันใหญ่ๆที่คุณลุงใส่ ไม่ได้มีส่วนช่วยให้ได้มองชัดขึ้นเลยซักนิดเดียว เมื่อถามถึงสาเหตุว่าทำไมจึงใส่แว่นแบบนี้ "แฟชั่นนนน"
"โห่........." ทั้งสามประสานเสียง กลายเป็นว่าเหตุการณ์สักครูมีคนรู้เพียงสามคนเท่านั้น ทั้งสองพยายามอธิบายให้เด็กคนนี้เข้าใจว่าเธอเป็นคนที่มีชะตาผูกกับดินแดนลึกลับแห่งหนึ่ง แต่ตลอดยี่สิบแปดนาทีที่ผ่านมาเธอจะไม่เชื่อมันเลยสักประโยคเดียว และกำลังเริ่มคิดว่านักร้องคนนี้เป็นบ้า
"หนูไม่คิดว่า...."
"เชื่อฉันเถอะฉันบอกเธอสามพันรอบแล้วนะว่าเธอใช่คนๆนั้น ดูทำหน้าเข้า จองยุนโฮนายช่วยบอกน้องหน่อยสิว่าเราไม่ได้บ้า"
"ผมยังไม่แน่ใจตัวเองเลยว่าไม่ได้บ้า" หน้าเรียวบอกอย่างเบื่อหน่าย
"งั้นหนูขอกลับบ้านก่อนนะคะป่านนี้แม่คงบ่นแล้ว" โซล โมเมหยิบกระเป๋าใสขึ้นมาสะพายพร้อมจะเดินจากไป
"ไปไหนไม่ได้ทั้งนั้นแหละ จองยุนโฮจัดการ"
"เอาจริงเหรอ" หน้าเล็กๆทั้งสองหันหน้าเข้าหากันยืนยันว่าจะทำสิ่งที่ไม่ควร
"น่าเบื่อจังเลยยยยยยยย หง่า...............ว" ชางมินหาวหวอดใหญ่ในขณะเดียวกันมิกกี้ก็ยืนสุนทรีให้อาหารปลาอยู่ข้างๆ อีกหนึ่งที่เปล่งประกายอยู่ไม่ไกลจะเป็นใครไม่ได้ ยองอุงแจจุง ที่ผิดปกติเกินจะมารับไอแดดยามเช้าด้วยทีท่าสดใส กระปรี่กระเปร่า ราวกับการ์ตูนญี่ปุ่น "นี่ฮยอง...ไปหาอะไรเล่นกันดีกว่า"
"เพล์สเตชั่น!" หน้าเหรอหร่าของปาร์ค ยูซอน เด้งขึ้นมาราวติดสปริง
"มันมีที่ไหนเล่า"
"ฉันมาแล้วววววววววว" เซียวิ่งเต็มกำลังในมือประคองถาดอาหารเช้าที่เต็มไปด้วยขนมปังร้อนๆมาเต็ม และ.....
โครม!!!!!!!
"อดกิน!" แจจุงพูดยานๆ ทำเอาสีหน้าน้องเล็กหย่อนยานตามไปด้วย
"เอาน่าชางมิน เดี๋ยวให้คนเอามาให้ใหม่นะ"
"พี่จะวิ่งทำไมเนี่ย" น้องเล็กหงุดหงิด พาลเตะต้นไม้ที่อยู่ใกล้ๆ "อั๊ก!" เขารู้สึกแตะโดนอะไรที่ไม่ใช่หญ้า
"นายน่าจะขอโทษเขาหน่อยนะ" เซียกำชับทันทีที่อยู่ดีๆก็มีคนโผล่ขึ้นมาจากพื้นดินตรงที่เขาจงใจเตะต้นหญ้า เขายังดูเป็นคนปกติดีจนกระทั่งชางมินเห็นดวงตาที่ไร้ตาดำของเขา
"ขอโทษฮะ" ชางมินกล่าวเรียบๆ "อันนี้ให้ผมเหรอฮะ" ชางมินรับถาดขนมปังอุ่นๆมาถือไว้ ชายคนนั้นหายตัวลงไปในหญ้าอีกครั้ง
"เขาอ่านสิ่งที่นายต้องการได้น่ะชางมิน" เซียบอก "เออ...ฉันว่าจะบอกทุกคนนานแล้วนะ ว่าเราจะต้องทำอะไรบ้างรึหว่างอยู่ที่นี่"
เซียควักบางอย่างออกมาจากในเสื้อตัวกว้างแบบพ่อมด "จงนิทรา" สิ้นเสียงเซียทุกอย่างรอบตัวสี่หนุ่มมืดลง ทำให้ภาพที่พักสีเขียวกลายเป็นทะเลทรายยามค่ำคืนในพริบตา ความทรงจำมากมายพุ่งเข้าสู่โสตประสาทของทั้งสาม จุนซูค่อยๆกำมันแน่นขึ้น "ตื่นเถิดราซิน" แล้วทุกอย่างก็กลับมาเหมือนเดิม
"สุดยอดเลย สมจริงยิ่งกว่าเพล์สเตชั่นอีก" เสียงปรบมือดังแปะๆดังจากคนที่นั่งอยู่บนขอบบ่อปลา
"มันเป็นไปได้ยังไง...อัลเรติยาน่ะเหรอจะล่มสลาย ผมไม่อยากจะเชื่อเลย" ร่างสูงช็อคเล็กน้อยกับเหตุการณ์ที่ประดังเข้ามาอย่างรวดเร็ว จนบางทีมันอาจจะเร็วเกินไปสำหรับผู้ที่จากไปด้วยดีเช่นทั้งห้า แจจุงได้แต่เงียบไม่พูดอะไรเลย เขาเห็นใบหน้าสวยนั้นแหลกสลายไปต่อหน้า และเด็กคนนึงที่เขามั่นใจว่าเกี่ยวข้องกับเจ้าชายเจริคโดนทารุณด้วยบางสิ่งที่อธิบายไม่ได้ ไฟสงครามลุกลามเมืองเดียวในทะเลทรายล่องหน ทั้งเมืองวอดวายภายในคืนเดียว เสียงร้องไห้ระงม ดวงตาแดงก่ำของผู้รุกรานจ้องเพียงทำลายและครอบครองและกระหาย
เวลาเดียวกันของศตวรรษที่ 20 จองยุนโฮและมิวา ลักพาตัวคนเป็นครั้งแรก
จนกว่าจะพบกันใหม่